Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
ภูมิอากาศจังหวัดภูเก็ต
  สภาพอากาศจังหวัดภูเก็ต
  Phuket Weather Today
  10 Day Weather Forcast for Phuket
  สภาพอากาศภาคใต้ฝั่งตัวันตก
  ศูนย์อุตุนิยมวิทยา...ฝั่งตะวันตก
  การเปลี่ยนองศา
แผ่นดินไหวและสึนามิ
  สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว
  เรื่องแผ่นดินไหวและสึนามิ
  คลื่นยักษ์สึนามิถล่มภูเก็ต - You Tube
  แผ่นดินไหวทั่วโลก (USGS)
รวมเรื่องภูเก็ต
  PHUKET HERITAGE
แผนที่จังหวัดภูเก็ต
  แผนที่ดาวเทียม
  แผนที่ภูเก็ตแสดงระดับน้ำทะเล
สถาบันอุดมศึกษาในภูเก็ต
  มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต
  วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต
  วิทยาลัยสารพัดช่างภูเก็ต
  มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ศูนย์ภูเก็ต
โรงเรียนในภูเก็ต
  โรงเรียนดาวรุ่งวิทยา
  โรงเรียนภูเก็ตไทยหัว
  โรงเรียนพุทธมงคลนิมิตร
  โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต
  โรงเรียนราไวย์เรืองวิทย์
  โรงเรียนเทศบาลเมืองภูเก็ต
  โรงเรียนเทศบาลบ้านสามกอง
  โรงเรียนเชิงทะเลวิทยาคม
บริการวิชาการ
  สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ภูเก็ต
  สนง.วัฒนธรรมภูเก็ต
  สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรภ.ภูเก็ต
ค้นข้อมูลจากหอสมุด
  Library of Congress
  The British Library
  มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  หอสมุดแห่งชาติ
  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  มหาวิทยาลัยมหิดล
  หนังสืองานศพ
ค้นเอกสาร
  พระราชบัญญัติ
  ราชกิจจานุเบกษา
สถาบันศาสนา
  @ สนง.พระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต
  @ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี
เว็บเครือข่าย
  สมบูรณ์อินโฟ
  ตระกูลแซ่หลิน
  สมบูรณ์แก่นโน้ต
.

ธนาคารชาร์เตอร์ด (The Chartered Bank) สาขาภูเก็ต

 

 

         ในสมัยที่พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เป็นข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชึ้นมาคณะหนึ่ง เพื่อทำการปรับปรุงมณฑลนี้ คณะกรรมการชุดนี้ได้รับการแต่งตั้งเมื่อ วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔๙ ประกอบด้วย ๑.พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย (พระยศสมันนั้น)  ๒.พระยาสุริยานุวัตร์ เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ๓.พระยาสุขุมนัยพินิจ เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ ๔.มิสเตอร์เจนส์ ไอ. เวสเตนการ์ด ผู้ช่วยและที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน ๕.พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี(คอซิมบี้) ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต ได้ประชุมกันเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๔๙ ณ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทยกรุงเทพฯ เกี่ยวกับเรื่องที่รัฐบาลจะต้องทำนุบำรุงมณฑลภูเก็ตจำแนกได้ ๘ หัวข้อ คือ

๑. ภาษีฝิ่น

๒. เรื่องการธนาคาร

๓. เรื่องกุลี

๔. เรื่องจะย้ายที่ว่าการเมืองภูเก็ตให้ที่ทำเหมือง

๕. เรื่องกรมแร่

๖. เรื่องการทำแผนที่

๗. เรื่องการทำถนน

๘. เรื่องการสร้างทางรถไฟ

        ในที่นี้จะขอกล่าวถึงหัวข้อที่ ๒.เรื่องการธนาคาร(สมบูรณ์ แก่นตะเคียน ประวัติเมืองภูเก็ต : ๓๗ :   ๒๕๒๐) ความว่า 

“ ๒. เรื่องการธนาคารหรือแบงค์ ผู้อำนวยการบริษัทชาเตอร์แบงค์ ที่เมืองปีนัง ได้ยื่นหนังสือต่อพระยารัษฎาฯ ขอจัดตั้งสาขาชาร์เตอร์แบงค์ที่ภูเก็ต ถ้ารัฐบาลพอใจจะต้องสนับสนุนบริษัท ๒ อย่าง คือ ให้สถานที่จัดตั้งและให้เงินแก่ธนาคารปีละ ๕๐๐ ปอนด์ ตลอดระยะเวลา ๕ ปี เหมือนกับรัฐบาลมลายูของอังกฤษ ได้อุดหนุนให้ธนาคารจัดตั้งตามหัวเมืองต่างๆ เรื่องนี้คณะกรรมการได้พิจารณาเห็นว่า บรรดานายเหมืองโดยมาก ได้ไปกู้ยืมเงินมาจากเมืองปีนัง ต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ ๑๖ - ๑๘ อันเป็นเป็นภาษีหนักแก่นายเหมือง บริษัทอังกฤษสเตรดดิงกำปะนีได้มาตั้งร้านรับซื้อดีบุกที่ภูเก็ตส่งไปถลุงที่สิงคโปร์ บริษัทได้ทดรองจ่ายให้นายเหมืองแล้วใช้คืนด้วยดีบุกต่อไป ดีบุกก็จะไปตกแก่บริษัทนี้มากขึ้นทุกที เพราะบริษัทใช้วิธีการธนาคารเข้ามาปะปนกับธุรการซื้อแร่ของบริษัท ทำให้บรรดานายเหมืองที่มีทุนน้อยเสียเปรียบมาก ถ้ามีธนาคารเข้ามาตั้ง นายเหมืองหาทุนกู้โดยเสียดอกเบี้ยน้อยลง นับได้ว่าประโยชน์ต่อการทำเหมือง รัฐบาลได้พิจารณาตามคำขอของธนาคารชาเตอร์ด และได้เรียกผู้แทนธนาคารดังกล่าวที่อยู่ในกรุงเทพฯตกลงกัน…”

การเปิดสาขาธนาคารชาร์เตอร์ด ที่ภูเก็ต

        ธนาคารชาร์เตอร์ด (The Chartered Bank) ได้เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๙๖ ด้วยพระราชินีวิกตอเรีย แห่งสหราชอาณาจักรเกรตบริเทน ได้ออกพระราชกฤษฎีกาให้นายเจมส์ วิลสัน (James Wilson) ชาวสก็อต ผู้เป็นเลขานุการกระทรวงการคลังของลอร์ดปาล์มเมอร์สตัน สร้างธนาคารขึ้นได้ที่กรุงลอนดอน ครั้นถึงปีพ.ศ. ๒๔๐๑ ได้เริ่มเปิดธนาคารสาขาขึ้นพร้อมกันสองแห่งในอาณานิคมของตน คือ ที่เมืองมุมไบ กัลกัตตา ในชื่อ ธนาคารชาร์เตอร์ดแห่งอินเดีย (The Chartered Bank of India)  และ ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน  ต่อมาในปีพ.ศ.๒๔๐๒ ได้เปิดสาขาเพิ่มที่เกาะฮ่องกง และที่เมืองสิงคโปร์ ไม่นานนักได้เปิดสาขาที่กรุงเทพมหานคร ส่วนที่ภูเก็ตเปิดสาขาขึ้น ประมาณปลายรัชสมัยรัชกาลที่ ๕ พ.ศ. ๒๔๕๐

       หลังจากคณะกรรมการมณฑลภูเก็ต ได้เจรจาตกลงกับผู้อำนวยการธนาคารกันแล้ว ทางรัฐบาลไทยจึงได้สร้างธนาคารชาร์เตอร์ด (The Chartered Bank) ตรงสามแยกมุมถนนพังงากับถนนภูเก็ต บริเวณริมฝั่งคลองบางใหญ่ ตลาดทุ่งคา เมื่อพ.ศ. ๒๔๕๐ ซึ่งในสมัยนั้น หน้าคลองบางใหญ่เรือใบขนาดสามเสาที่มาจากเกาะปีนังหรือเมืองไทรบุรี และเมืองอื่นๆ สามารถเข้าเทียบท่าได้

         ส่วนรูปแบบอาคารเป็นสถาปัตยกรรมยูโรเปียน (European Architecture) ในรูปแบบบริติชโคโลเนียลสไตล์ (British Colonial Style) สถาปนิกน่าจะเป็นชาวอังกฤษ และคงเป็นผู้ออกแบบอาคารหลังหนึ่งที่สร้างในพม่าซึ่งเป็นอาณานิคมของอังกฤษในสมัยนั้น ลักษณะรูปแบบทางสถาปัตยกรรมคล้ายกัน  แต่ส่วนประกอบต่างกันไป ตัวอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบโรมัน ด้านยาวทอดไปตามถนนพังงา มีหกช่วงเสา ส่วนด้านกว้างทอดไปตามถนนภูเก็ตมีสี่ช่วงเสา รูปสี่เหลี่ยมตรงมุมถนนที่ทอดไปตามถนนทั้งสองสาย สร้างเป็นรูปโค้งสำหรับประตูอีกหนึ่งช่วงเสา รวมแล้วเป็น สิบเอ็ดช่วงเสา เป็นอาคารตึกสองชั้น หลังคาทรงปั้นหยา รวมเนื้อที่ ๕๘๕ ตารางเมตร

        ตัวอาคารมีระเบียงทั้งสองชั้น ชั้นล่างริมถนนเป็นทางเดินที่เรียกว่า หง่อก่ากี่หรืออาร์เขด ช่วงกว้างประมาณ ๕ ฟุต ตรงมุมเสาทางเดินทำเป็นรูปโค้งแบบโรมัน ลักษณะทางเดินแบบนี้มีการสร้างทั่วไปในยุโรปตามวิหาร โบสถ์ หรืออาคารสำคัญ ต่างกันที่ส่วนโค้งเท่านั้น เสาอาคารเป็นแบบโดริก ในแต่ละช่วงเสาสร้างปีกเสามีตอม่อประกบเสาจริง เหนือตอม่อสร้างเป็นรูปโค้งแบบโรมันเป็นสองระดับ มีลิ่มสลักหิน หรือ คีย์สโตน (key stone) อยู่ตรงกลางทุกช่วงเสา มีสองช่วงเสาสุดท้ายด้านถนนพังงาสร้างเป็นผนังหลอกหรือผนังบอด (Blind Arcade) ปลายเสามีคิ้วบัว ความสูงเสมอกับลิ่มสลักหิน เหนือขึ้นไปเป็นปีกนกขนาดเล็กขนานกันไปทั้งสองด้าน ส่วนตีนเสาฐานบัว มีคิ้วบัวประกอบเฉพาะส่วนนอก ส่วนภายในปล่อยโล่ง

        ชั้นสองรูปเสาแบบไอโอนิก ขนาดย่อมกว่าชั้นล่าง มีลูกกรงประกอบตรงอาร์เขด แนวลูกกรงตรงเสาใส่คิ้วบัวตลอด ตรงฐานเสาชั้นสองสร้างปีกนกตลอด ใต้ปีกนกใส่คิ้วบัวตลอดแนว ตรงปลายเสาชั้นสองระดับเดียวกับลิ่มสลักหินใส่คิ้วบัวใต้ปีกนก เหนือปีกนกขึ้นไปเป็นผนังกันตกหรือปิดซ่อนชายคาที่เรียกว่า พาราเพ็ด(parapet) ทั้งสองด้านทำป้ายติดอักษรคำว่า “The Chartered Bank”  ส่วนลักษณะภายในอาคารได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบตามความต้องการของผู้ใช้ ส่วนบันไดและราวบันไดเป็นไม้ ตัวราวบันไดไม้น่าจะเป็นของเก่า

        ในส่วนของหลังคาสร้างเป็นหลังคาทรงปั้นหยา ที่เลือกใช้แบบนี้ก็เพื่อให้เหมาะกับสภาพอากาศของท้องถิ่น แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ ฝนตกรั่วง่ายถ้าไม่ได้ใช้ช่างชำนาญงาน ในสมัยนั้นกระเบื้องมุงหลังคา ใช้กระเบื้องกาบกล้วยกันเป็นพื้น โดยซื้อมาจากเมืองปีนัง ไม่ว่าอาคารตึกแถวหรือบ้านอั่งหม่อหลาว กระเบื้องแบบนี้พอใช้ไปนานๆเข้า น้ำฝนรั่วซึมและหลุดล่อนหรือแตก นอกจากนี้แปที่ใช้ไม้ย่อมผุง่ายเมื่อใช้ไปหลายปี จึงต้องเปลี่ยนกระเบื้องหรือเปลี่ยนเป็นหลังคามุงด้วยกระเบื้องแบบอื่น ตลอดจนเปลี่ยนแปไม้เป็นวัสดุอย่างอื่น หากสังเกตจากรูปถ่ายหลังคาของธนาคารแห่งนี้ น่าจะเปลี่ยนมาแล้วสามครั้ง

         อิฐที่ใช้ก่อสร้าง จากการสังเกตแผ่นอิฐกว้าง x ยาว x สูง = 4x9x2 นิ้ว โดยประมาณ แผ่นอิฐขนาดจะไม่เท่ากันทั้งความหนาและความยาว น่าจะทำในท้องถิ่น ก่อนนี้มีโรงทำอิฐตั้งแต่ตลาดสามกองมาถึงหน้าโรงพยาบาลวชิระและหน้าวัดโฆษิตวิหาร ชาวบ้านแถบนั้นเรียก โรงอิฐ ส่วนวัสดุอื่นๆสั่งซื้อจากเมืองปีนังทั้งสิ้น

        ส่วนช่างคุมงานและช่างฝีมือคงจ้างมาจากเมืองปีนัง เช่นเดียวกับการก่อสร้างบ้านตึกอั่งหม่อหลาวของเศรษฐีเหมืองแร่ภูเก็ต      

        นอกจากสร้างธนาคารแล้ว บริษัทยังขอสถานที่สร้างบ้านพักผู้จัดการธนาคารด้วย โดยรัฐบาลไทยได้มอบที่ดินจำนวน ๖ ไร่ ริมถนนดำรงบริเวณกลุ่มที่พักข้าราชการแถวบ้านบางงั่ว บ้านพักเป็นแบบอาคารยุโรปสองชั้น

      เพื่อค