Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
ภูมิอากาศจังหวัดภูเก็ต
  สภาพอากาศจังหวัดภูเก็ต
  Phuket Weather Today
  10 Day Weather Forcast for Phuket
  สภาพอากาศภาคใต้ฝั่งตัวันตก
  ศูนย์อุตุนิยมวิทยา...ฝั่งตะวันตก
  การเปลี่ยนองศา
แผ่นดินไหวและสึนามิ
  สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว
  เรื่องแผ่นดินไหวและสึนามิ
  คลื่นยักษ์สึนามิถล่มภูเก็ต - You Tube
  แผ่นดินไหวทั่วโลก (USGS)
รวมเรื่องภูเก็ต
  PHUKET HERITAGE
แผนที่จังหวัดภูเก็ต
  แผนที่ดาวเทียม
  แผนที่ภูเก็ตแสดงระดับน้ำทะเล
สถาบันอุดมศึกษาในภูเก็ต
  มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต
  วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต
  วิทยาลัยสารพัดช่างภูเก็ต
  มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ศูนย์ภูเก็ต
โรงเรียนในภูเก็ต
  โรงเรียนดาวรุ่งวิทยา
  โรงเรียนภูเก็ตไทยหัว
  โรงเรียนพุทธมงคลนิมิตร
  โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต
  โรงเรียนราไวย์เรืองวิทย์
  โรงเรียนเทศบาลเมืองภูเก็ต
  โรงเรียนเทศบาลบ้านสามกอง
  โรงเรียนเชิงทะเลวิทยาคม
บริการวิชาการ
  สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ภูเก็ต
  สนง.วัฒนธรรมภูเก็ต
  สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรภ.ภูเก็ต
ค้นข้อมูลจากหอสมุด
  Library of Congress
  The British Library
  มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  หอสมุดแห่งชาติ
  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  มหาวิทยาลัยมหิดล
  หนังสืองานศพ
ค้นเอกสาร
  พระราชบัญญัติ
  ราชกิจจานุเบกษา
สถาบันศาสนา
  @ สนง.พระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต
  @ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี
เว็บเครือข่าย
  สมบูรณ์อินโฟ
  ตระกูลแซ่หลิน
  สมบูรณ์แก่นโน้ต
.

พระยาราชกปิตัน ( Sir Francis Light )

 

 

       

พระยาราชกปิตัน (  Sir Francis Light )

 

         พระยาราชกปิตัน หรือ เซอร์ ฟรานซิส ไลต์ (  Sir Francis Light ) เป็นชาวเมืองซัฟฟอล์ก (Suffolk ) ประเทศอังกฤษ ถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๒๗๓ มารดาชื่อแมรี ไม่ทราบชื่อบิดา  เขาได้เข้าเรียนที่โรงเรียนเซกฝอร์ด ( Seckford Grammar School ) เมืองวูดบริดจ์ เมื่อพ.ศ. ๒๒๙๐

         ในปีพ.ศ. ๒๒๙๗ ได้รับราชการเป็นทหารเสนารักษ์ ต่อมา ได้เป็นนักเรียนนายเรือประจำอยู่ในเรือ H.M.S. Arrogant รับราชการอยู่ในราชนาวีอังกฤษ มียศเป็นนายเรือโท แล้วลาออกเมื่อพ.ศ. ๒๓๐๖

        เมื่อพ.ศ. ๒๓๐๘ได้เดินทางไปเมืองบอมเบย์ กัลกัตตาและมัดราสในอินเดีย ได้สมัคร เป็นนายพาณิชสังกัดบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ โดยเป็นนายกัปตันเรือคลิฟ ซึ่งแล่นระหว่างท่าเรือชายฝั่งอินเดียกับคาบสมุทรมลายู ขณะนั้นอายุประมาณ ๓๒ ปี

        หน้าที่ของเขานอกจากการเป็นกัปตันเรือแล้ว ยังเป็นพ่อค้าด้วย ด้วยการเป็นพ่อค้าขายอาวุธชนิดต่างๆรวมทั้งอุปกรณ์การรบ การค้าฝิ่นโดยเอามาจากอินเดีย ซึ่งเป็นสถานที่ปลูกฝิ่นเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังขายของกินของใช้ทุกประเภท เช่น ผ้าชนิดต่างๆ ตามแต่ลูกค้าจะสั่ง เขามีความสนิทสนมกับพระยาถลางพิมล ครอบครัวของคุณหญิงจัน และได้ภริยาเป็นชาวเมืองถลาง คือมารดาเป็นชาวเมืองถลางส่วนบิดาเป็นชาวโปรตุเกส นางชื่อ มาติน่า โรเซลล์ (Martina or Martinha Rozells) เขาตั้งบ้านเรือนและเป็นห้างเก็บสินค้าไปด้วยในตัว ที่เมืองภูเก็ตท่าเรือ ซึ่งมีกลุ่มชาวตะวันตกอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จากการที่เขาอยู่เมืองถลางถึง ๙ ปี เข้าใจว่าคงรู้ภาษาไทยดีพอใช้ รวมทั้งภาษามาเลย์  ฝ่ายภรรยาได้ให้กำเนิดบุตรสาวคือ ซาร่าห์ ที่เมืองภูเก็ตท่าเรือ

         เมื่อ มีการผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงถูกสำเร็จโทษ เมื่อพ.ศ. ๒๓๒๔ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จขึ้นครองราชย์ ในเวลานั้นพวกขุนนางที่อยู่ฝ่ายตรงกันข้ามถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมาก รัชกาลที่ ๑ รับสั่งให้พระยาธรรมไตรโลกข้าหลวงลงมาสืบสวนเจ้าพระยาอินทวงศา ผู้สำเร็จราชการหัวเมืองฝ่ายตะวันตกในข้อหาเป็นขบถต่อแผ่นดิน เมื่อพ.ศ. ๒๓๒๗ พระยาธรรมไตรโลกอ้างท้องตราหาว่าพระยาราชกปิตันได้ค้างเงินหลวงสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จึงให้กรมการเมืองถลางหักเอาเงินไว้ ทำให้พระยาราชกปิตันโกรธเคืองมาก เพราะไม่เป็นความจริง พระยาราชกปิตันจึงอพยพครอบครัวไปเมืองไทรบุรีประมาณพ.ศ. ๒๓๒๗ ในขณะที่ภรรยาตั้งครรภ์

         จาก จดหมายติดต่อระหว่าง ฟรานซิส ไลต์ กับบุคคลต่างๆ ในเมืองถลาง แสดงว่า แต่เดิม กัปตันไลต์ได้ตั้งห้างค้าขายอยู่ที่เมืองมังคลา (บังกล่า หรือ เบงกอล)  ในอินเดีย นอกจากนี้ห้างเป็นของตนเองแล้ว ยังมีเรือสินค้าของตนแล่นไปมาค้าขายตามเมืองท่าระหว่างอินเดียกับชายฝั่ง ตะวันตกของไทย ตลอดแหลมมลายูถึงเมืองมะละกา ปัตตาเวีย เมืองอาเจ๊ะ จากการที่ได้แล่นเรือไปมานี่เอง กัปตันไลต์เห็นว่าสถานีการค้าที่เมืองบันกุลัน สุมาตราไม่เหมาะแก่การจอดเรือและแล่นเรือในฤดูมรสุม จึงได้คิดหาท่าเรือใหม่ให้เหมาะสมจึงเห็นว่า เกาะหมากหรือปีนัง กับเกาะถลาง เป็นท่าเรือที่ดีจึงได้เสนอไปยังบริษัทอินเดียตะวันออก  ขั้นแรก กัปตันไลต์ได้ไปตั้งห้างอยู่ที่เมืองไทรบุรีก่อน โดยเป็นตัวแทนของบริษัท เมื่อได้โอกาสจึงเจรจากับพระยาไทรบุรี ใน พ.ศ. ๒๓๑๔  พระยาไทรบุรีตกลงว่า ตนจะยกดินแดนตอนชายฝั่งทะเลตั้งแต่ปากน้ำเคดะห์ไปจนถึงหน้าเกาะหมากให้ ถ้าอังกฤษจะช่วยป้องกันการรุกรานจากสลังงอและไทย ฟรานซิส ไลต์ จึงไปเจรจากับผู้อำนวยการบริษัทที่เมืองกัลกัตตา แต่ทางบริษัทไม่สามารถจะรับสัญญาดังกล่าวได้

 

   เมื่อ ไม่ได้เกาะหมาก ฟรานซิส  ไลต์ จึงเดินทางมาอยู่เมืองถลางตั้งห้างค้าขายที่นี่ และจากการที่ได้คบกับเจ้าเมืองและกรมการเมืองถลาง ฟรานซิส ไลต์จึงได้จัดข้าวของได้แก่อาวุธปืนส่งเข้าไปทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์ทรงอนุญาตให้จัดซื้อขายดีบุกได้ และได้พระราชทานดีบุกจำนวน ๑๐๐ ภารา ให้เป็นทุน และด้วยความดีความชอบจึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “พระยาราชกปิตัน” ประมาณ พ.ศ. ๒๓๒๐

         ใน พ.ศ. ๒๓๒๓ พระยาราชกปิตันได้ติดต่อไปยัง ลอร์ด เฮสติงส์ ที่เมืองกัลกัตตา เพื่อเสนอให้ยึดเกาะถลางเป็นสถานีการค้า แต่ เฮสติงส์ มีความจำเป็นต้องกลับไปยุโรปเกี่ยวกับเรื่องสงครามระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส เรื่องดังกล่าวชงักแค่นั้น ครั้น ถึง พ.ศ. ๒๓๒๙ ได้เปลี่ยนผู้อำนวยการบริษัทอินเดียตะวันออกใหม่เป็น ลอร์ด คอร์นอวอลลิส พระยาราชกปิตันได้ไปเจรจากับพระยาไทรบุรีใหม่ คราวนี้ได้ผลคือพระยาไทรบุรีให้อังกฤษเช่าเกาะหมากได้

 ตาม ความเป็นจริงแล้วเมืองไทรบุรี และเกาะหมากขณะนั้นเป็นเมืองท่าตั้งสถานีการค้าและตัวเองเป็นเจ้าเมืองเกาะหมากด้วย และตั้งชื่อเกาะเสียใหม่ว่าเกาะปริ้นซ์ ออฟ เวลส์ จากสัญญาที่ไม่แน่นอนทำให้เข้าใจผิดเกิดขึ้น พระยาไทรบุรีจึงขอยกเลิกและยกทหารไปขู่พระยาราชกปิตัน ฝ่ายพระยาราชกปิตันได้ขัดขวางและเกิดสู้รบกันขึ้นพระยาไทรบุรีแพ้ต้องยอมเสีย ค่าชดเชยให้อังกฤษปีละ ๖๐๐๐ เหรียญเสปน เรื่องพระยาไทรบุรีเอาใจไปเผื่อแผ่พม่า ทางกรุงเทพฯ จึงให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชยกทัพไปปราบ เจ้าเมืองไทรบุรีหนีไปเกาะหมาก

 

เกี่ยวกับชีวิตของพระยาราชกปิตัน กล่าวกันว่าตอนที่พระยาราชกปิตันอยู่เมืองไทรบุรีนั้นได้ลูกสาวพระยาไทรบุรีเป็นภริยาด้วย

 

    อย่างไรก็ตามยังมีผู้หญิงอีก ๒ คนที่มีจดหมายไปถึงพระยาราชกปิตัน คือบุญจัน กับบุญแก้ว จากข้อความตอนหนึ่งของจดหมายของคุณบุญแก้วว่า “ด้วย ข้าฯอยู่ทุกวันนี้ลำลึกถึงบุญพระคุณท่านทุกเวลา ซึ่งท่านทำไว้แต่ก่อน  ข้าฯ  หาลืมบุญคุณท่านไม่เลย แต่วาสนาข้าฯน้อยเอง ที่จะเป็นข้าพระคุณท่านนั้นไม่รอด (ตลอด) เหมือนหนึ่งเราเคยเก็บดอกไม้ประจวนกัน....” จะเห็นว่าคุณบุญแก้วกับพระยาราชกปิตันเคยมีความสัมพันธ์กัน แต่ด้วยเหตุผลบางประการจึงต้องแยกทางกัน เข้าใจว่าคุณบุญแก้วอาจเป็นบุตรสาวของกรมการเมืองถลาง หรือไม่ก็เป็นบุตรสาวของคุณหญิงจัน คนที่ชื่อกิ่มก็ได้ ตามที่เคยเข้าใจกันว่าภริยาของพระยาราชกปิตันชื่อทองดีนั้น ที่จริงทองดีเป็นผู้ชายและเป็นหลานของพระยาทุกขราช (เทียน) หรือ พระยาถลางในสมัยต่อมานอกจากนี้พระยาราชกปิตันมีคนใช้ผู้ซื่อสัตย์ชื่อ “เจ้ารัด” อยู่เมืองถลาง และขุนท่า

         ใน พ.ศ. ๒๓๓๑ พระยาราชกปิตันได้เขียนจดหมายเล่าเรื่องของตนไปให้ มิสเตอร์จอห์นแมคเฟอร์สัน ผู้สำเร็จราชการที่บริษัทอินเดียว่า ผู้แทนคนหนึ่งจากประเทศสยามได้ไปหาพร้อมกับอัญเชิญพระราชสาส์นของพระเจ้า กรุงสยามมาแสดงไมตรี และพระองค์ไม่ทรงเห็นด้วยกับความประพฤติ ของข้าราชการบางคนของพระองค์ที่แสดงต่อพระยาราชกปิตันที่เมืองถลาง เจ้าพระยาลู (Choo Pia Loo) ถูกจับแล้วและขอให้พระยาราชกปิตันไปยังพระราชสำนักด้วยเพื่อรับพระกรุณา ดังจดหมายว่า

 

        “ด้วย มีตราทรงพระกรุณาโปรดเกล้ากระหม่อมออกมา ณ เมืองถลางว่า กรมการเมืองถลางกับพระยาธรรมไตรโลก พระยาฤาเจ้าราชกูลออกมาแต่ก่อนคิดอ่านหักเอาเงินของโตกพระยาท่านไว้ว่าโตก พระยาท่านติดเงิน แต่ครั้งพระยาตากเป็นเจ้านั้นนอกท้องตรา ซึ่งให้พระยาธรรมไตรโลกเจ้าราชกูล ถือมา ทำให้โตกพระยาท่านโกรธขึง นั้นทรงพระกรุณาเอาโทษแต่พระยาธรรมไตรโลกเจ้าราชกูลข้าหลวง แลกรมการเมืองถลาง ซึ่งได้คิดอ่านพร้อมกับฉ้อเอาเงินโตกพระยาท่านั้น ล้นเกล้าล้นกระหม่อมประภาษทรงวิตกคิดถึงจะใคร่ได้พบโตกพระยาท่านปรึกษาราช กิจบ้านเมือง...” เข้าใจว่า พระยาราชกปิตันคงจะไปเข้าเฝ้าตามรับสั่งณ กรุงเทพมหานคร

         การ ติดต่อค้าขายกับเมืองอื่นๆ เช่น พัทลุง เจ้าเมืองพัทลุงคือ เจ้าพระยาแก้วโกรบพิชัยบดินทร์ศรีสุรินทร เดชชัยมไหศวรรย์อนันทพิริยภาปรากรมพาหะ มีหนังสือไมตรีไปถึงพระยาราชกปิตัน ท่านเจ้าเมืองได้ทราบกิตติศัพท์เลื่องลือไปว่า พระยาราชกปิตันได้มาตั้งค้าขายอยู่ที่เกาะหมาก หน้าเมืองไทรบุรีเป็นที่พึ่งพิงของแขกไทยจีนลูกค้านานาประเทศ จะได้จัดทำดีบุกที่เมืองตรังก่อนแล้วจึงค้าขายกันและได้ทราบข่าวว่าพม่าจ้าง ฝรั่งเศสให้ไปตีเมืองไทร  เมืองถลางและเมืองพัทลุงอยู่ระหว่างกลางจึงซื้อปืนและดินปืนไว้ป้องกันเมือง หนังสือที่มีไปถึงพระยาราชกปิตันเมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๐

 

   สำหรับ การติดต่อค้าขายกับเมืองถลาง พระยาราชกปิตันได้ให้กัปตันของตนแล่นสำเภาเข้ามาค้าขาย กัปตันเหล่านี้เป็นฝรั่ง บางคนพูดภาษากันไม่รู้เรื่องจึงต้องอาศัย “ขุนล่าม” ผู้ทำหน้าที่เป็นล่ามกัปตันที่คุมเรือมาเช่น กัปตันมิราเสน,กัปตันวิศโตน, กัปตันสะหวาด, กัปตันมังกู, กัปตันลิกี เป็นต้น

          บุคคล ต่าง ๆ ในเมืองถลางที่มีหนังสือไปถึงพระยาราชกปิตันได้แก่ พระสิทธิสงคราม ออกหลวงพิพิธภักดีสมบัติ เจ้ากรมพระคลัง,ออกหลวงเพชรภักดีศรีพิชัยสงคราม, ท้าวเทพกระษัตรี, เมืองภูเก็ตหรือพระยาทุกขราช(เทียน), แม่ปราง, บุญจัน, บุญแก้ว, เจ้ารัด เป็นต้น

 

          ดัง ที่ได้กล่าวแล้วว่า นอกจากจดหมายหรือหนังสือหรือหนังสือต่าง ๆ แล้วยังมีสัญญาการซื้อขายระหว่างลูกค้ากับพระยาราชกปิตันด้วย สัญญาเหล่านี้ผู้ทำมิได้ลงชื่อแต่ได้ขีดแกงไดไว้ (แกงไคคือ เครื่องหมายรอยกากบาทที่บุคคลไม่รู้หนังสือทำไว้แทนการลงชื่อ) สัญญาต่าง ๆ เหล่านี้มีแต่เมืองมังคลาเช่น สัญญาการยืมเงินของขุนทิพการีม ตัวอย่างหนังสือสัญญาการซื้อขายเช่น “วัน เสาร์เดือนเก้าแรมค่ำหนึ่งปีจอเอกศก ข้าพเจ้านายไชยผู้ผัว อำแดงชอดผู้เมีย ขอทำหนังสือเปฯคำนับ เข้ามารับเอาข้าวสาร ๖ กุหนีคิดเปนเงิน ๓ แผ่น ๖ บาทพูกัน ข้าพเจ้ารับต่อห่มอมท่าน กว่าจะคืบหามาได้ ถ้าได้เมื่อใด จะส่งให้เมื่อนั้น ขอขีดแกงไดให้ไว้เป็นสำคัญ หนังสือนี้ตรงกับ พ.ศ. ๒๓๒๒ คำว่า กุหนี คือ งุหนี หรือ กระสอบ นายไชยผู้นี้อยู่ “บ้านลิพอน”

 ชีวิตครอบครัวของพระยากปิตัน ภายหลังจากที่อพยพไปอยู่เมืองไทรบุรีแล้ว ภรรยาได้ให้กำเนิดบุตรคนที่สองเป็นชาย ชื่อ วิลเลียม ( William ) คนที่สามชื่อ แมรี ( Mary ) คนที่สี่ชื่อ แอน (Ann ) และคนสุดท้องชื่อ ฟรานซิส ลานูน ( Francis Lanoon ) แต่ละคนต่างมีครอบครัว ที่มีชื่อเสียงคือ วิลเลียม ไลต์ เป็นผู้ก่อตั้งเมือง แอ๊ดเหลด ( Adelaide ) ที่ออสเตรเลีย

 พระยาราชกปิตัน มีชื่อเรียกขานตามจดหมายที่ปรากฏคือ กปิตันลาด พระยาราชกปิตันเหล็ก พระยาราช  ท่านราชโต๊ะ แต่ฝ่ายเมืองถลางมักเรียก โตกพระยา ลาโตก คำว่า “เหล็ก” น่าจะมาจาก “ไลต์” (Light) แต่ออกเสียงเพี้ยนเป็น ลาด- เหล็ก ส่วนคำว่า  ลาโตก น่าจะเป็น “ลาโต๊ะ” “ดาโต๊ะ”  หรือ  “ราชโต๊ะ”  เป็นคำยกย่องเรียกของชาวมลายู

 

          พระยา ราชกปิตันได้ป่วยด้วยโรคมาลาเรีย จนถึงแก่กรรมที่เมืองปีนังเมื่อ วันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๓๓๗ อายุได้ ๖๔ ปี ศพฝังไว้ที่สุสานถนนจาลัน สุลต่าน อาห์หมัด ซาห์ ส่วนอนุสาวรีย์สร้างไว้ที่พิพิธภัณฑ์ปีนัง กล่าวกันว่า รูปปั้นของท่านใช้หน้าตาของบุตรชายป็นเค้า บุตรชายชื่อ วิลเลียม ไลต์

 

 

 :   สมบูรณ์ แก่นตะเคียน    ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕..

Title :   พระยาราชกปิตัน ( Sir Francis Light )

        :   Somboon Kantakian

 

rev.&enl.   20/12/2018

 

 

ภาพประกอบ       

 

 

      

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

******

ภาพบุตรชาย

นายวิลเลียม ไลต์

 

 

 

 

*****

บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน
หน่วยงานของรัฐ
  สกสค. ภูเก็ต
  ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต
  อบจ. ภูเก็ต
  สนง.เขตการศึกษาภูเก็ต
  เทศบาลนครภูเก็ต
  เทศบาลเมืองกะทู้
  เทศบาลเมืองป่าตอง
  เทศบาลตำบลวิชิต
  เทศบาลตำบลรัษฎา
  เทศบาลตำบลเทพกระษัตรี
  เทศบาลตำบลฉลอง
  เทศบาลตำบลศรีสุนทร
  อบต.สาคู
  อบต.เกาะแก้ว
  ขนส่งจังหวัดภูเก็ต
โรงพยาบาล
  โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต
  โรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต
  โรงพยาบาลถลาง
  โรงพยาบาลสิริโรจน์
  โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
  โรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ต
เที่ยวภูเก็ต
  ภูเก็ตท่องเที่ยว
  แอร์เอเชีย
  บางกอกแอร์
  การบินไทย
  นกแอร์
  โอเรียนท์ไทย
แลกเปลี่ยนเงินตราและหุ้น
  ทองคำวันนี้
  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
  ธนาคารไทยพาณิชย์
  ธนาคารกรุงเทพ
  ตลาดหลักทรัพย์-หุ้น
  ตลาดหุ้น
กรมการกงสุลและสถานกงสุลในภูเก็ต
  กรมการกงสุล
  สถานกงสุลเดนมาร์ก ภูเก็ต
  สถานกงสุลเยอรมัน ภูเก็ต
  สถานกงสุลรัสเซัย ภูเก็ต
  สถานกงสุลฟีนแลนด์ ภูเก็ต
หนังสือพิมพ์
  มติชน
  ข่าวสด
  โลกวันนี้