Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
ภูมิอากาศจังหวัดภูเก็ต
  สภาพอากาศจังหวัดภูเก็ต
  Phuket Weather Today
  10 Day Weather Forcast for Phuket
  สภาพอากาศภาคใต้ฝั่งตัวันตก
  ศูนย์อุตุนิยมวิทยา...ฝั่งตะวันตก
  การเปลี่ยนองศา
แผ่นดินไหวและสึนามิ
  สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว
  เรื่องแผ่นดินไหวและสึนามิ
  คลื่นยักษ์สึนามิถล่มภูเก็ต - You Tube
  แผ่นดินไหวทั่วโลก (USGS)
รวมเรื่องภูเก็ต
  PHUKET HERITAGE
แผนที่จังหวัดภูเก็ต
  แผนที่ดาวเทียม
  แผนที่ภูเก็ตแสดงระดับน้ำทะเล
สถาบันอุดมศึกษาในภูเก็ต
  มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต
  วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต
  วิทยาลัยสารพัดช่างภูเก็ต
  มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ศูนย์ภูเก็ต
โรงเรียนในภูเก็ต
  โรงเรียนดาวรุ่งวิทยา
  โรงเรียนภูเก็ตไทยหัว
  โรงเรียนพุทธมงคลนิมิตร
  โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต
  โรงเรียนราไวย์เรืองวิทย์
  โรงเรียนเทศบาลเมืองภูเก็ต
  โรงเรียนเทศบาลบ้านสามกอง
  โรงเรียนเชิงทะเลวิทยาคม
บริการวิชาการ
  สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ภูเก็ต
  สนง.วัฒนธรรมภูเก็ต
  สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรภ.ภูเก็ต
ค้นข้อมูลจากหอสมุด
  Library of Congress
  The British Library
  มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  หอสมุดแห่งชาติ
  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  มหาวิทยาลัยมหิดล
  หนังสืองานศพ
ค้นเอกสาร
  พระราชบัญญัติ
  ราชกิจจานุเบกษา
สถาบันศาสนา
  @ สนง.พระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต
  @ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี
เว็บเครือข่าย
  สมบูรณ์อินโฟ
  ตระกูลแซ่หลิน
  สมบูรณ์แก่นโน้ต
.

คำว่าถลาง

 

 

 

 

ชื่อ “ถลาง”

ชื่อสถานที่ต่าง ๆ ย่อมมีที่มาเสมอ ว่าจะเป็นการตั้งเพื่อให้เกียรติกับบุคคล ตั้งเพื่อระลึกถึงบ้านเมืองเดิมที่ตนเคยอยู่ ตั้งตามลักษณะปรากฏตามสภาพภูมิศาสตร์ ตามนิทานปรัมปรา เป็นต้น ชื่อสถานที่บางแห่งพอจะทราบความเป็นมาได้ เช่น ตำบลศรีสุนทร ตำบลรัษฏา ถนนโกมารภัจ ภูเขานางพันธุรัตน์ เกาะตะเภา สะพานหิน เป็นต้น แต่บางชื่อขณะนี้จำเป็นตั้งสมมติฐานว่าน่าจะมาจากอะไร เช่น คำว่าทุ่งคา สามกอง กะทู้ ถลาง ภูเก็ต เป็นต้น ทั้งนี้เพราะขาดข้อมูลที่จะอธิบายที่มาของคำเหล่านี้  ดังนั้นท้องถิ่นต่าง ๆ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นมาของท้องถิ่นตนไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอดีต หรือปัจจุบันก็ตาม ทั้งนี้เพื่อจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องอันจะนำไปสู่การศึกษาเรื่องราวของท้องถิ่นในแง่มุมต่าง ๆ ได้ดี

สำหรับจังหวัดภูเก็ต หรือเกาะภูเก็ตนั้น นับได้ว่าเป็นเมืองที่สำคัญมาตั้งแต่โบราณ ก่อนกรุงสุโขทัยถึงกรุงศรีอยุธยาและรัตนโกสินทร์ เมืองนี้ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองหลักเมืองหนึ่งในสามเมืองของหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายตะวันตก ซึ่งเดิมเรียกเกาะถลางหรือเมืองถลางปัจจุบันน่าจะเรียกเกาะถลางมากกว่า

เกาะถลางในสมัยโบราณเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายแก่นักเดินเรือทุกชาติที่แล่นเรือผ่านมาย่านนี้เพราะเป็นเกาะที่มีเรือที่ดีสามารถจอดพักหลบพายุได้ดี ดังนั้นเมืองถลางจึมีชนชาติต่าง ๆ เข้ามาเพื่อขายสินค้าและจอดแวะพักเพื่อจะเดินทางต่อไปยังภาคใต้แหลมมลายูนักเดินเรือสมัยแรกๆ น่าจะได้แก่ชาวอินเดียต่อมาชาวเปอร์เชียถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาจึงมีชาวยุโรปหลายชาติผ่านเข้ามายังเกาะนี้

ชาวอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูได้เดินทางเข้ามายังแหลมทองประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว พวกเขา ได้นำศาสนาและภาษาสันสกฤตเขามาเผยแพร่ แต่ระยะแรกนั้นมุ่งที่จะค้าขายเป็นสำคัญพวกพ่อค้ารุ่นแรก ๆ น่าจะได้แก่พวกที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ชายฝั่งทะเลแถบอินเดียใต้ทั่งฝั่งตะวันออกและตะวันตก เมืองชายฝั่งเหล่านี้เป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างอินเดียกับประเทศแถบตะวันออกกลาง ซึ่งได้แก่เปอร์เชียหรืออิหร่าน, ฟินิเชีย, อียิปต์โบราณ ชนชาติเหล่านี้ได้เดินเรือติดต่อค้าขายกันมาหลายพันปีมาแล้ว ดังจะเห็นได้จากการพบลูกปัดที่มีลักษณะรูปร่าง ลวดลาย สี และขนาดเหมือนกันเช่นจากการขุดค้นทางโบราณคดีที่ทะเลทรายซีไน (Sinai) เมืองกาซา (Gaza) พบโลงศพแบบอียิปต์โบราณมีลูกปัดลักษณะเหมือนกับที่ข้าพเจ้า(ผู้เขียน)ได้มาจากชุมชนเขาสามแก้ว จังหวัดชุมพร ซึ่งลักษณะเหมือนกับที่ขุดได้มาจากบ้านดอนตาเพชร กาญจนบุรี ลูกปัดดังกล่าวพบได้ทั่วไปในอินเดีย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการติดต่อค้าขายกันมาไม่ต่ำกว่า 3,000 ปี

 

การเดินทางมายังประเทศไทยสมัยโบราณนักเดินทางชาวอินเดียใช้เส้นทางที่สำคัญ 3 สาย คือ สายแรกจากบริเวณเมืองอมราวดีปากแม่น้ำกฤษณาในอินเดียใต้แล่นเรือมาขึ้นบกที่เมาะตะมะ เดินทางผ่านเจดีย์สามองค์ สายที่สองเริ่มจากเมืองตามะลิปติสู่เมาะตะมะผ่านเจดีย์สามองค์ สายสุดท้ายเริ่มจากเมืองท่ากานจี หรือ กานจีรัมแคว้นทมิฬนาดู อินเดียใต้ แล่นเรือถึงเมืองมะริด ตะนาวศรี แล้วเดินทางต่อไปยังตะกั่วป่า เกาะถลาง ลงไปแหลมมลายู โดยแวะตามเมืองท่าต่าง ๆ จากการศึกษาจะพบว่า พ่อค้าอินเดียรายใดที่ได้ไปมาค้าขายกับเมืองท่าใด เมื่อถึงฤดูค้าขายก็จะขนสินค้าไปยังเมืองท่าที่ได้เคยค้าขายกันมาก่อน นอกจากพวกพ่อค้าแล้วต่อมาพวกนักปราชญ์ นักบวชก็ได้เดินทางมาเผยแพร่วัฒนธรรมด้วย เป็นต้นว่าทางด้านวรรณกรรมศาสนาและการปกครองในสมัยนั้นชาวอินเดียที่นับถือพุทธศาสนาได้ให้การสนับสนุนในการเดินเรือมาค้าขายทางตะวันออกเป็นอันมาก

 

สาเหตุอีกประการหนึ่งที่ชาวอินเดียเดินทางมายังตะวันออก ก็เพื่อหนียุทธภัยสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาแคว้นกลิงคราษฎร์๑๐ และอีกช่วงหนึ่งคือ           สมัยพระเจ้าอเล็กซาน  เดอร์มหาราชได้ยึดครองอินเดียตอนเหนือ ทำให้อินเดียขาดเส้นทางค้าขายทองคำกับไซบีเรีย อินเดียจึงหาทางมาค้าขายยังแหลมทอง๑๑ นอกจากนี้การเดินทางไปมาค้าขายจำเป็นต้องอาศัยฤดูกาลจึงจำเป็นต้องอาศัยอยู่ที่เมืองท่านั้น ๆ เป็นแรมเดือน พ่อค้าบางคนจึงตั้งหลักแหล่ง ณ ที่นั่นก็ได้

บุคคลที่ชาวอินเดียติดต่อค้าขายด้วยนั้นได้แก่ชนพื้นเมืองที่อาศัยมาแต่เดิมคือพวกมอญ เขมร เงาะเซมัง ชาวน้ำ เผ่าพม่า มลายู ไทย และรวมไปถึงชาวอินเดียที่เคยมาอาศัยอยู่ก่อนแล้วด้วย

วัฒนธรรมของชาวอินเดียที่นำมาเผยแพร่นอกจากสิ่งดังกล่าวแล้วอาจรวมไปถึงการตั้งชื่อหรือเรียกชื่อหมู่บ้านตำบลที่พวกตนมาอาศัยยู่นานและมีอิทธิพลต่อเมืองเหล่านั้นหรือไม่ก็ชาวท้องถิ่นได้รับอิทธิพลทางภาษาโดยเฉพาะภาษาสันสกฤต ตัวอย่างชื่อเมืองที่เรียกกันและมีทั้งในประเทศไทยหรือประเทศแถบเอเชียอาคเนย์กับในอินเดีย คือ ราชปุระ – ราชบุรี, สิงหบุรี – สิงห์บุรี (สิงคโปร์) , สุราษฎร์ – สุราษฏร์ธานี, สุรัต, อโยธยา – อยุธยา ,มลายู, มาลายาลัม- มลาสยา, มลายู เป็นต้น

 

 

ชาวต่างชาติเรียกเมืองถลางว่าอย่างไร?

 

        จากจดหมายเหตุของเจาชูกัว พ.ศ. 1768 เขาได้กล่าวถึงอาณาจักรต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 15 แห่ง ที่ครอบคลุมแหลมมลายูทั้งหมด เช่น Teng-ya-nung-ตรังกานู Chi-lan-tan- กลันตัน, Chia-lo-his-ครหิ-ไชยา Pa-lin-feng- ปาเล็มบัง,Tan-ma-ling- ตามพรลิงค์-นครศรีธรรมราช,Si-lan-ลังกา๑๒ เมืองที่น่าสนใจคือ ซีลัน ซึ่งศาสตราจารย์หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุลและยอร์ช เซเดส์ กล่าวว่าเป็นเมืองลังกา บางท่านอาจจะเข้าใจว่าเป็นเมืองถลางก็ได้ทั้งนี้เพราะเมืองต่าง ๆ ที่กล่าวมาตั้งอยู่แหลมมลายู 12 เมือง สุมาตรา 2 เมือง ชวา 1 เมืองและลังกา ซึ่งอยู่ไกลจากดินแดนดังกล่าว แต่ก้อาจจะเป็นไปได้เพราะถึง พ.ศ. 1773 กษัตริย์แห่งเมืองตามพรลิงค์ (นครศรีธรรมราช) ไปส่งทูตไปลังกา (Silan)๑๓ และจากจดหมายการเดินทางของหลวงจีนฟาเหียนจากลังกาถึงชวาก็ใช้เวลานานประมาณ 90 วัน แต่ส่วนหนึ่งที่ล่าช้าเพราะอุบัติเหตุ

อย่างไรก็ตาม จากบันทึกความทรงจำของจิวตากวนซึ่งได้เดินทางมาอาณาจักรขอมพร้อมกับราชทูต พ.ศ. 1836 เขาได้เล่าถึงตลาดค้าผ้าว่านอกจากผ้าที่